วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Week 7 : คอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

ช่วงนี้เป็นช่วงสอบพอดี ดังนั้นผมจะขอทำแบบเร็วๆเลยนะคับ 55555
-
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือ คอมพิวเตอร์เน็ตเวิร์ก (อังกฤษ: computer network; ศัพท์บัญญัติว่า ข่ายงานคอมพิวเตอร์) คือเครือข่ายการสื่อสารโทรคมนาคมระหว่างคอมพิวเตอร์จำนวนตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไปสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ การเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆในเครือข่าย (โหนดเครือข่าย) จะใช้สื่อที่เป็นสายเคเบิลหรือสื่อไร้สาย เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่รู้จักกันดีคือ อินเทอร์เน็ต
การที่ระบบเครือข่ายมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะมีการใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างแพร่หลาย จึงเกิดความต้องการที่จะเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เหล่านั้นถึงกัน เพื่อเพิ่มความสามารถของระบบให้สูงขึ้น และลดต้นทุนของระบบโดยรวมลง
การโอนย้ายข้อมูลระหว่างกันในเครือข่าย ทำให้ระบบมีขีดความสามารถเพิ่มมากขึ้น การแบ่งการใช้ทรัพยากร เช่น หน่วยประมวลผล, หน่วยความจำ,หน่วยจัดเก็บข้อมูล, โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีราคาแพงและไม่สามารถจัดหามาให้ทุกคนได้ เช่น เครื่องพิมพ์ เครื่องกราดภาพ (scanner) ทำให้ลดต้นทุนของระบบลงได้
อุปกรณ์เครือข่ายที่สร้างข้อมูล, ส่งมาตามเส้นทางและบรรจบข้อมูลจะเรียกว่าโหนดเครือข่าย. โหนดประกอบด้วยโฮสต์เช่นเซิร์ฟเวอร์, คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและฮาร์ดแวร์ของระบบเครือข่าย อุปกรณ์สองตัวจะกล่าวว่าเป็นเครือข่ายได้ก็ต่อเมื่อกระบวนการในเครื่องหนึ่งสามารถที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลกับกระบวนการในอีกอุปกรณ์หนึ่งได้
เครือข่ายจะสนับสนุนแอปพลิเคชันเช่นการเข้าถึงเวิลด์ไวด์เว็บ, การใช้งานร่วมกันของแอปพลิเคชัน, การใช้เซิร์ฟเวอร์สำหรับเก็บข้อมูลร่วมกัน, การใช้เครื่องพิมพ์และเครื่องแฟ็กซ์ร่วมกันและการใช้อีเมลและโปรแกรมส่งข้อความโต้ตอบแบบทันทีร่วมกัน

ขอขอบคุณ วูกี้พีเดีย

วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Week6:วิเคราะห์ข้อสอบOnetคอมพิวเตอร์5ข้อ

  บทความครั้งนี้เป็นเรื่องที่ผมไม่ถนัดที่สุดเลยละ แต่เอาเถอะ อาจารย์เค้าสั่งมา 555555
โอเคครับ ตามหัวข้อเลย จะพยายาม ให้เต็มที่ละกันนะครับ
ผิดถูกยังไงก็ขอโทษด้วยนะครับ

1.) "วันนี้คือวันที่ 8 ธันวาคม 2551 ในทุกวันที่ 1 ของเดือนจะได้รับเงิน 2,500 บาท ถ้าต้องการสะสมเงิน 2,000 บาทเพื่อใช้ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2552 จะต้องวางแผนสะสมเงินเดือนละ 400 บาท" จากสถานการณ์ข้อความใดเป็นข้อมูลออกหรือผลลัพธ์ที่ต้องการเพียงอย่างเดียว
     1.ทุกเดือนได้รับเงินค่าใช้จ่าย2,500บาท
     2.วางแผนเก็บเงินสะสมเดือนละ400บาท
     3.วันที่ 10 พฤษภาคม 2552 มีเงินสะสมอยู่2,000บาท
     4.เก็บเงินสะสมเดือนละ 400 บาทให้ได้เงินจํานวน2,000บาท

ตอบ ข้อ 3.) ข้อ 1,2 มันเป็นข้อมูลนำเข้า ส่วนข้อ 4 เป็น Process




2. )ข้อใดเป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อข้อมูลไร้สายทั้งหมด  
  1.  wifi  IP
  2.  wifi  Bluetooth
  3.  3G   ADSL
  4.  3G  Etherne

ตอบ ข้อ 2. )
 wifi เป็นระบบเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไร้สาย
Bluetooth เป็นการเชื่อมต่อแบบไร้สายจากโทรศัพท์เข้าคอม
3เป็นการบริการสัญญาณอินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงเช่นกัน
ADSL เป็นสัญญาณอินเตอร์เน็ตแบบสายตามบ้านทั่วไป
Ethernet เป็นเครือข่ายอินเตอร์เน็ตวงแคบๆ อาจจะภายในองค์กร



3. ) อุปกรณ์ชนิดใดต่อไปนี้ไม่สามารถเก็บแฟ้มภาพขนาด 144 เมกะไบตได้ 
   1. แผ่นดีวีดี
   2. แผ่นดิสเก็ต
   3. แผ่นซีดีอาร์
   4. แผ่นซีดีอาร์ดับบลิว

ตอบ 2. )
แผ่นดีวีดี สามารถจุข้อมูลได้ 4.7 GB
แผ่นดิสเก็ต หรือ แผ่นดิสก์ มีความจุในการเก็บข้อมูลน้อยกว่าเท่ากับ 1.44 MB
แผ่นซีดีอาร์ และแผ่นซีดีอาร์ดับบลิว สามารถจุข้อมูลได้ 700 MB


4. )อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ใดต่อไปนี้จัดเป็นหน่วยรับเข้าและส่งออก

1.เมาส์
2.ฮาร์ดดิสก์
3.จอภาพแบบสัมผัส
4.เครื่องบันทึกแผ่นซีดี

ตอบ ข้อ 3.เพราะว่าจอคอมทั่วไปนั้นจะสามารถทำได้แค่แสดงผล(ส่งออก)แต่จอแบบสัมผัสนั้น เราจะสามารถคลิกอะไรต่างๆได้จากจอด้วยระบบทัชสกรีน (ส่งออก)


5. )สมชายมีอาชีพเป็นนักสร้างการ์ตูนแอนิเมชั่น ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะมีเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์หลัก เพื่อช่วยในการทำงาน สมชายถือเป็นผู้ใช้คอมพิวเตอร์ระดับใด

1.ระดับผู้เล่นเกม
2.ระดับผู้ใช้งานด้านกราฟิก
3.ระดับผู้ใช้งานด้านกราฟิกขั้นสูง
4.ระดับผู้ใช้งานทั่วไปและผู้ใช้งานมือใหม่

ตอบ 3. เนื่องจากการใช้โปรแกรมสร้างแอนิเมชั่นนั้นจำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่มีคุณภาพสูงในการทำงาน และคอมพิวเตอร์ในข้อต่างๆนั้นมีสเปคที่น้อยกว่าข้อ 3.


ก็อะไรประมาณนี้แหละครับ พอดีกว่าครับ เหนื่อยแล้ว เจอกันสัปดาห์หน้าคร้าบบบบบบ



ขอขอบคุณขอมูลจาก :http://forum.02dual.com/index.php/topic,1470.0.html


วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

WEEK 5 : KILL LA KILL

          เรื่องที่ผมจะเขียนในวันนี้จะเป็นเรื่องของนิเมะที่ได้ชื่อว่าดังมากทีสุดในช่วงหนึ่ง(ในความคิดของผมนะ) นั้นก็คือ KILL LA KILL นั้นเอง โดยผู้แต่งอนิเมะเรื่องนี้ก็คือ Imaishi Hiroyuki อดีตผู้กำกับ Gurren Lagann สงครามหุ่นยนต์ที่ทั่วโลกกล่าวขวัญถึงความแนวและเหนือจินตนาการ มาคอยควมคุมอีกด้วยโดยเนื้อเรื่องและตัวละครจะเป็นยังไงก็มาติดตามกันได้เลยยยย

     Kill La Kill ว่าด้วยเรื่องราวของ มาโทอิ ริวโกะ นักเรียนสาวหน้าใหม่ที่เพิ่งย้ายมาโรงเรียนฮอนโนจิเพื่อสืบหาสาเหตุการตายของพ่อ โดยที่มีเบาะแสอย่างเดียวคือผู้หญิงที่มีบาซามี่ (อาวุธขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างเหมือนครึ่งหนึ่งของกรรไกร) เหมือนกับเธอ ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับการตายของพ่อ และเมื่อย้ายเข้ามาเรียนได้ไม่นานการกระทำสุดระห่ำของริวโกะได้รู้ไปถึงหูประธานสภานักเรียน คิริวอิน ซัตสึกิ ผู้ที่พยายามปกครองโรงเรียนด้วยกฎระเบียบต่างๆและความหวาดกลัว รวมทั้งสภานักเรียนอีก 4 คน ภายในโรงเรียนซึ่งแบ่งการปกครองตาม “ระดับเครื่องแบบพิเศษ” ที่ซัติสึกิมอบให้แต่ละคนทำให้มีความสามารถที่แข็งแกร่งเหนือคนธรรมดา พวกเขาได้หมายหัวริวโกะที่ทำการต่อต้านระเบียบวินัยจนกลายเป็นการปะทะกันจนบานปลาย ริวโกะยังคงแสดงความห้าวหาญด้วยการท้าสู้กับซัตสึกิ ทว่าเพราะไร้พละกำลังในการต่อกรกับ “เครื่องแบบพิเศษ” ของเหล่าสภานักเรียน ทำให้ศึกครั้งแรกริวโกะต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้…

ขอขอบคุณภาพจาก อากู๋

จนกระทั่งวันหนึ่งริวโกะได้พบกับเครื่องแบบปริศนาที่บ้านของเธอเอง นั่นคือชุดยูนิฟอร์มนักเรียนปกกลาสีพูดได้ที่มีชื่อว่า “เซ็นเคทซึ” ซึ่งครั้งหนึ่งเธอเข้าใจว่าเป็นของดูต่างหน้าพ่อ เซ็นเคทซึเป็นเครื่องแบบประหลาดเพราะสามารถพูดได้ ทว่าไม่สามารถจำเรื่องในอดีตของตัวเองได้ เมื่อริวโกะได้สวมเครื่องแบบก็ทำให้พลังในตัวของเธอมีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม… และจากนั้นเป็นต้นมาการต่อสู้ของริวโกะก็ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่จะเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างภายในโรงเรียนแห่งนี้ และเป็นจุดเริ่มต้นของศึกเครื่องแบบอันดุเดือด

เรื่องราวของ Kill La Kill ในตอนแรกๆนั้นทางผู้สร้างจะเน้นความสดใส ทว่าในตอนแก้ไขนั้นเกรงว่าจะดูน่าเบื่อจนเกินไป จึงใส่ความเป็นดราม่าเข้าไปให้เกิดมุมมองที่สดใหม่ขึ้น และทำให้เนื้อเรื่องมีความสนุกสนานจนน่าติดตามมากยิ่งขึ้น ปริศนาของเครื่องแบบนักเรียนพิเศษสร้างขึ้นโดยการเสริมเส้นใยชีวิตเข้าไปจนทำให้ผู้สวมใส่มีพลังเหนือมนุษย์ซึ่งเรียกว่า “โกคุ” (Goku Uniform) และเหนือจากโกคุก็คือ“คามุย” (Kamui) ชุดที่สร้างจากเส้นใยชีวิตทั้งตัวซึ่งมีพลังมากกว่าโกคุหลายเท่านัก มีความเป็นมาอย่างไรนั้นคงต้องติดดตามกันต่อไป

ก็อะไรประมาณนี้แหละับ สำหรับKILL LA KILL ถ้าเพื่อนๆสนใจดูก็ลองหาดูได้นะครับ บางทีภาพอาจจะไม่ถูกใจบางคนเท่าไหร แต่เนื้อเรื่องรับรองว่าสนุกพอตัวเลยล่ะครับ



By Admin YA-HA!!!!

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2558

WEEK4 : โปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์(java)

เอาล่ะครับ ในครั้งนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่องของภาษาคอมพิวเตอร์หรือ java กันละครับ ก่อนอื่นเลย ทุกคนจะต้องถามว่า.........

Java คืออะไร

     Java หรือ Java programming language คือภาษาโปรแกรมเชิงวัตถุ พัฒนาโดย เจมส์ กอสลิง และวิศวกรคนอื่นๆ ที่บริษัท ซัน ไมโครซิสเต็มส์ ภาษานี้มีจุดประสงค์เพื่อใช้แทนภาษาซีพลัสพลัส C++ โดยรูปแบบที่เพิ่มเติมขึ้นคล้ายกับภาษาอ็อบเจกต์ทีฟซี (Objective-C) แต่เดิมภาษานี้เรียกว่า ภาษาโอ๊ก (Oak) ซึ่งตั้งชื่อตามต้นโอ๊กใกล้ที่ทำงานของ เจมส์ กอสลิง แล้วภายหลังจึงเปลี่ยนไปใช้ชื่อ "จาวา" ซึ่งเป็นชื่อกาแฟแทน จุดเด่นของภาษา Java อยู่ที่ผู้เขียนโปรแกรมสามารถใช้หลักการของ Object-Oriented Programming มาพัฒนาโปรแกรมของตนด้วย Java ได้ 
     ภาษา Java เป็นภาษาสำหรับเขียนโปรแกรมที่สนับสนุนการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ ( OOP : Object-Oriented Programming) โปรแกรมที่เขียนขึ้นถูกสร้างภายในคลาส ดังนั้นคลาสคือที่เก็บเมทอด (Method) หรือพฤติกรรม (Behavior) ซึ่งมีสถานะ (State) และรูปพรรณ (Identity) ประจำพฤติกรรม (Behavior)

     ข้อดีของ ภาษา Java
     -  ภาษา Java เป็นภาษาที่สนับสนุนการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุแบบสมบูรณ์ ซึ่งเหมาะสำหรับพัฒนาระบบที่มีความซับซ้อน การพัฒนาโปรแกรมแบบวัตถุจะช่วยให้เราสามารถใช้คำหรือชื่อ ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในระบบงานนั้นมาใช้ในการออกแบบโปรแกรมได้ ทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น
     -  โปรแกรมที่เขียนขึ้นโดยใช้ภาษา Java จะมีความสามารถทำงานได้ในระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกัน ไม่จําเป็นต้องดัดแปลงแก้ไขโปรแกรม เช่น หากเขียนโปรแกรมบนเครื่อง Sun โปรแกรมนั้นก็สามารถถูก compile และ run บนเครื่องพีซีธรรมดาได้
     -ภาษาจาวามีการตรวจสอบข้อผิดพลาดทั้งตอน compile time และ runtime ทำให้ลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในโปรแกรม และช่วยให้ debug โปรแกรมได้ง่าย
     - ภาษาจาวามีความซับซ้อนน้อยกว่าภาษา C++ เมื่อเปรียบเทียบ code ของโปรแกรมที่เขียนขึ้นโดยภาษา Java กับ C++ พบว่า โปรแกรมที่เขียนโดยภาษา Java จะมีจํานวน code น้อยกว่าโปรแกรมที่เขียนโดยภาษา C++ ทำให้ใช้งานได้ง่ายกว่าและลดความผิดพลาดได้มากขึ้น 
     -  ภาษาจาวาถูกออกแบบมาให้มีความปลอดภัยสูงตั้งแต่แรก ทำให้โปรแกรมที่เขียนขึ้นด้วยจาวามีความปลอดภัยมากกว่าโปรแกรมที่เขียนขึ้น ด้วยภาษาอื่น เพราะ Java มี security ทั้ง low level และ high level ได้แก่ electronic signature, public andprivate key management, access control และ certificatesของ
     -มี IDE, application server, และ library ต่าง ๆ มากมายสำหรับจาวาที่เราสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ทำให้เราสามารถลดค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปกับการซื้อ tool และ s/w ต่าง ๆ
    
ข้อเสียของ ภาษา Java
    -ทำงานได้ช้ากว่า native code (โปรแกรมที่ compile ให้อยู่ในรูปของภาษาเครื่อง) หรือโปรแกรมที่เขียนขึ้นด้วยภาษาอื่น อย่างเช่น C หรือ C++ ทั้งนี้ก็เพราะว่าโปรแกรมที่เขียนขึ้นด้วยภาษาจาวาจะถูกแปลงเป็นภาษากลาง ก่อน แล้วเมื่อโปรแกรมทำงานคำสั่งของภาษากลางนี้จะถูกเปลี่ยนเป็นภาษาเครื่องอีก ทีหนึ่ง ทีล่ะคำสั่ง (หรือกลุ่มของคำสั่ง) ณ runtime ทำให้ทำงานช้ากว่า native code ซึ่งอยู่ในรูปของภาษาเครื่องแล้วตั้งแต่ compile  โปรแกรมที่ต้องการความเร็วในการทำงานจึงไม่นิยมเขียนด้วยจาวา
    -tool ที่มีในการใช้พัฒนาโปรแกรมจาวามักไม่ค่อยเก่ง ทำให้หลายอย่างโปรแกรมเมอร์จะต้องเป็นคนทำเอง ทำให้ต้องเสียเวลาทำงานในส่วนที่ tool ทำไม่ได้ ถ้าเราดู tool ของ MS จะใช้งานได้ง่ายกว่า และพัฒนาได้เร็วกว่า (แต่เราต้องซื้อ tool ของ MS และก็ต้องรันบน platform ของ MS)


ข้อมูลอ้างอิง
http://th.wikipedia.org
http://www.jhelp.net
http://happyeverytime.exteen.com

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Week 3 : SOCIAL NETWORK กับนักเรียนและสังคมไทย

      นับตั้งแต่ที่ Social Media กลายมาเป็นกิจกรรมหลักของคนยุคปัจจุบัน หนึ่งในสิ่งที่นักการตลาดจำนวนมากพยายามหาคำตอบคือรูปแบบพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป แม้ว่าทุกวันนี้เราจะมีข้อมูลสถิติโดยรวมของทั้ง Facebook Twitter หรือ YouTube แล้ว แต่อีกสิ่งที่ยังค้างคาใจสำหรับหลายๆ คนคือระหว่างเด็กและผู้ใหญ่นั้น จะมีความแตกต่างในเรื่องวิธีใช้หรือไม่
      Pew Research Center เป็นหนึ่งในองค์กรที่ทำการศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้ Social Media อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้พวกเขาได้ข้อมูลที่เริ่มชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่างผู้ใช้งานระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ที่ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่ง Next Advisor ก็ได้รวบรวมข้อมูลต่างๆ มาทำเป็น Infographic ให้เข้าใจง่ายมากขึ้นตามรูปด้านล่างนี้
ขอบคุณรูปจาก nextadvisor.com
    
  แน่นอนว่าจากข้อมูลดังกล่าวก็เป็นไปอย่างที่หลายๆ คนคาดกันคือเด็กวัยรุ่นจะคุ้นเคยและใช้ Social Media มากกว่ากลุ่มผู้ใหญ่ ซึ่งนั่นทำให้กลุ่มวัยรุ่นเป็นกลุ่มผู้ใช้งานหลักในเกือบทุก Social Media ต่างแค่ Pinterest ที่น่าจะเห็นความแตกต่างชัดเจนว่าเป็น Social Media สำหรับผู้ใหญ่ มากกว่าวัยรุ่น
      สิ่งที่น่าสนใจคือ Facebook ยังคงได้รับความนิยมอยู่ในหมู่วัยรุ่น (ในมุมมองของ Social Media ที่มีการใช้งาน) อย่างไรก็ตามก็คงต้องไม่ลืมแง่คิดที่ว่า Facebook กำลังเริ่มเสื่อมความนิยมเรื่อยๆ สำหรับวัยรุ่นและหันไปใช้ Social Media อื่นๆ มากขึ้นด้วย (ก็นะครับ บางทีก็มี Twitter บ้าง นู่นบ้าง นี่บ้าง แต่ของทางผมก็ยังใช้Facebook นะ เพื่อนเยอะกว่า 55555)
ที่มา:http://www.viralblog.com/
เรียบเรียงและเติมแต่งเล็กน้อย by Admin YA-HA!!!!!

วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2558

WEEK 2 : FATE STAY NIGHT

FATE STAY NIGHT เป็นเรื่องราวที่กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตของ เอมิยะ ชิโร่ นักเรียนช่างประจำวิทยาลัยโฮมุระบาระ ในเมืองฟุยูกิ สิบปีก่อนเขาได้ตกอยู่ท่ามกลางกองเพลิงขนาดมหึมาที่เผาผลาญเมืองและพรากครอบครัวอันเป็นที่รักของเขาไป ในขณะที่เขาอยู่กึ่งกลางระหว่างความเป็นความตาย ได้มีบุรุษลึกลับคนหนึ่งมาช่วยเขาไว้ เขาคือ เอมิยะ คิริซึงุ ซึ่งต่อมาเขาก็รับชิโร่มาเป็นบุตรบุญธรรม และอาศัยอยู่ที่บ้านคิริซึงุในเมืองฟุยูกิอย่างสงบสุข คืนหนึ่ง ในระหว่างที่พวกเขากำลังพูดคุยกันถึงเรื่องต่างๆ คิริซึงุก็ได้เปิดเผยความลับบางอย่างให้กับลูกชายของเขาว่า
"พ่อมีความลับอย่างนึงที่ไม่เคยบอกลูกเลย -พ่อเป็นจอมเวท"
นอกจากที่จะได้รู้ความลับเรื่องนี้แล้ว เขายังได้รู้ถึงความเป็นมาต่างๆ ของพ่อบุญธรรมของเขาคนนี้ และยังได้ทราบถึงชีวิตอันล้มเหลวในอุดมการณ์ในการดำเนินชีวิตในเส้นทางของ "ผู้ผดุงคุณธรรม" หรือผู้ที่คอยปกป้องผู้บริสุทธิ์และผู้ที่อ่อนแอกว่า อย่างไร้ซึ่งการตอบแทน ชิโร่จึงขอให้คิริซึงุสอนเชิงเวท ให้กับเขาบ้าง อย่างไรก็ตาม ชิโร่ผู้ซึ่งไม่มีประสบการณ์ในการใช้เวทมนตร์มาก่อน ย่อมทำให้เขาใช้เวทมนตร์ทั่วไปไม่ได้ คิริซึงุจึงได้เตือนเขาว่าเส้นทางแห่งการเป็นจอมเวทนั้นจะนำพาหายนะมาสู่ตัวเขาเอง แต่เพราะว่าชิโร่ต้องการที่จะช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์ เขาจึงได้สอนเวทเสริมความแข็งแกร่งให้กับวัตถุไว้ในขั้นพื้นฐานเท่านั้น หลังจากที่คิริซึงุเสียชีวิต ชิโร่ก็ต้องพบกับทางตัน คือเขาไม่สามารถพัฒนาเชิงเวทของเขาได้เลยตามที่เขาหวังไว้ว่าเขาจะทำได้เพื่อที่จะนำไปใช้ช่วยเหลือผู้อื่นเหมือนกับที่พ่อของเขาทำ
สิ่งหนึ่งที่ชิโร่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยคือเมืองฟุยูกิที่เขาอาศัยอยู่นั้นได้ถูกจัดเตรียมไว้เพื่อเป็นสนามรบระหว่างจอมเวททั้งเจ็ดอย่างลับๆ ซึ่งจอมเวททั้งเจ็ดคนที่เข้ามาร่วมจะต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อแย่งชิงจอกศักดิ์สิทธิ์ ที่สามารถประทานทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการได้ ซึ่งสงครามจะเริ่มต้นทุกๆ 50 ปี อย่างครั้งล่าสุดคือสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ 4 เมื่อ 16 ปีก่อนก็ได้เป็นชนวนทำให้เกิดสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ 5 ขึ้นมาอีกภายในเวลา 10 ปีโดยหาสาเหตุไม่ได้ จอมเวทที่เข้าร่วมสงครามทุกคนนั้นจะถูกขนานนามว่า "MASTER" ผู้ซึ่งควบคุมวิญญานที่อยู่ในฐานะ "SERVANT" เพื่อใช้ในการต่อสู้ในสงคราม ซึ่งวิญญานเหล่านั้นคือวิญญานของเหล่าวีรชนในแต่ละยุคสมัยของโลก ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าวิญญานของวีรชน แต่ละคนนั้นย่อมมีความสามารถพิเศษเฉพาะตัว หรือที่เรียกว่า "NOBEL PHANTASM" ซึ่งมันจะเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงตัวตนที่แท้จริงของข้ารับใช้แต่ละคนนั้นด้วย และมันจะทำให้คู่ต่อสู้ทราบถึงจุดอ่อนของข้ารับใช้คนนั้นๆ ทันที การอัญเชิญservantของมาสเตอร์แต่ละคนนั้นจะมีแตกต่างกันไป ซึ่งบางกรณีจะเกี่ยวข้องกับสื่อที่ใช้อัญเชิญ และความคิดความต้องการของมาสเตอร์ ซึ่งถ้าหากมาสเตอร์คนไหนมีความคิดเดียวกันกับวีรชนคนใด วีรชนคนนั้นก็จะมาเป็นข้ารับใช้ให้กับมาสเตอร์คนนั้นๆ ซึ่งในแต่ละครั้งของสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ servantจะถูกอัญเชิญออกมาจาก 1 ใน 7 ประเภทคือ SABER, ARCHER , LANCER , BERSERKER ,RIDER , ASSASSIN และ CASTER
ไล่จากล่างซ้าย : rider   archer lancer saber caster assassin berserker

sevantต้องอาศัยมานา จากมาสเตอร์เพื่อการคงสภาพอยู่บนโลก ส่วนมาสเตอร์เองก็ต้องการกำลังการต่อสู้จากsevantและด้วยเหตุผลที่ว่าจอกศักดิ์สิทธิ์เป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถจับต้องได้ เว้นแต่servantเท่านั้นที่สามารถสัมผัสจอกได้ และจอกศักดิ์สิทธิ์จะปรากฏออกมาได้ ก็ต้องอาศัยการอัญเชิญจากมาสเตอร์ด้วยเช่นกัน จึงทำให้servantและมาสเตอร์ต้องร่วมมือกันต่อสู้กับมาสเตอร์และservantคนอื่นๆ ซึ่งถ้าหากservantเกิดการขัดขืนต่อมาสเตอร์ มาสเตอร์จะมี "คำสั่งมนตรา"(Reiju) ไว้คอยควบคุมservant ให้ทำในสิ่งที่มาสเตอร์ต้องการทุกอย่าง ซึ่งจะมีลักษณะเป็นลวดลายต่างๆ อยู่บนข้อมือของมาสเตอร์ทุกคน เว้นเสียแต่บางในกรณีของมาสเตอร์บางคนที่ไม่มีลายมนตราบนข้อมือ แต่จะมีอยู่บนสื่ออัญเชิญservantแทน นอกจากจะเอาไว้คอยควบคุservantแล้ว มันยังเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงการที่จะมีสิทธิในการครอบครองจอกศักดิ์สิทธิ์ด้วย หากมาสเตอร์คนใดสูญเสียservantไปแล้ว สามารถที่จะทำสัญญากับservantตนใหม่หากลายมนตรายังไม่ถูกใช้จนหมดไปหรือถูกทำลายลง ซึ่งถ้าหากไม่มีลายมนตราเหลืออยู่แล้ว มาสเตอร์ที่ไร้ลายมนตราสามารถไปขอรับการคุ้มครองจากผู้คุมกฎที่โบสถ์ประจำเมืองได้
เย็นวันหนึ่ง หลังจากที่ชิโร่ทำความสะอาดโรงฝึกยิงธนูของโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว เขาก็ได้พบเห็นการต่อสู้ระหว่างservantสายอาเชอร์และแลนเซอร์อย่างบังเอิญ แลนเซอร์จึงทำการฆ่าปิดปากเขาเพื่อไม่ให้ความลับเรื่องสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์รั่วไหลไปสู่คนทั่วไป ต่อมามาสเตอร์ของอาเชอร์ โทซากะ ริน ได้ช่วยเหลือเขาไว้โดยการใช้อัญมณีชุบชีวิตเขาขึ้นมา เมื่อชิโร่ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองรอดตายมาได้และนอนสลบอยู่ในโรงเรียน เขาจึงรีบเดินทางกลับบ้าน แต่แล้วก็ถูกแลนเซอร์ที่รู้ว่าเขายังไม่ตายมาไล่เอาชีวิตอีกครั้ง ชิโร่ซึ่งไม่มีพละกำลังพอที่จะต่อกรกับข้ารับใช้ซึ่งเป็นวีรชนในตำนานได้เลย จึงทำได้แต่ป้องกันตัวและหลบหนีเขาไปหลบในห้องเก็บของในสวนบ้านเขา ทันใดนั้นก็มีลายมนตราปรากฏขึ้นที่มือเขาในขณะที่เขากำลังหลบหนีไปซ่อนตัวในห้องเก็บของ สถานการณ์เลวร้ายลงทุกทีเมื่อแลนเซอร์หาเขาพบและจะสังหารเขาอีกครั้ง ทันใดนั้นได้มีหญิงสาวในชุดเกราะสีเงินปรากฏตัวออกมาซัดแลนเซอร์กระเด็นออกไป และหันมาถามชิโร่ว่า...
"ท่านคือมาสเตอร์ของข้าใช่หรือไม่?"

ชิโร่(ซ้าย) saber (ขวา)

ก็นั้นแหละครับคือจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด เอมิยะ ชิโร่ กับ servant saber ก็ได้มาพบกัน การต่อสู้เพื่อแย่งชิงจอกศักดิ์สิทธิ์กับมาสเตอร์คนอื่น ความปราถนาของชิโร่ที่ต้องการจะเป็นฮีโร่ กับความปราถนาของsaber ที่ต้องการจะแก้ไขเรื่องราวในอดีต ก็ได้เริ่มขึ้น
BY Admin YA-HA!!!!!

วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2558

WEEK 1 : เทคโนโลยีในชีวิตประจําวัน

การนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยปฏิบัติงานในด้านต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิผล มีมากมายหลายด้าน แต่ทางเราจะนำเสนอเฉพาะเรื่องใกล้ตัวเท่านั้นนะครับ

   การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงาน ปัจจุบันเราทุกคนได้นำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาประยุกต์ใช้อย่างแพร่หลาย เพื่อให้งานที่จะส่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือพูดง่ายๆก็คือ ทำให้งานมีความสะดวกรวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศที่นำมาใช้ในงาน ได้แก่ เครื่องพิมพ์ดีด อิเล็กทรอนิกส์ โทรศัพท์ เครื่องถ่ายเอกสาร ผลิตภัณฑ์เหล่านี้นำไปประยุกต์ใช้กับงนได้หลายลักษณะ เช่น


 งานจัดเตรียมเอกสาร เป็นการใช้เครื่องประมวลผลคำหรือเครื่องประมวลผลเนื้อหา ซึ่งเป็นเครื่องมือในการจัดเตรียม อุปกรณ์ประกอบการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ โมเด็ม และช่องทางการสื่อสาร ระบบประมวลผลคำ โดยแบ่งออกได้ 2 ระบบ คือ
   1 ระบบเดี่ยว (Stand – alone) เป็นระบบที่สามารถประมวลผลได้ภายในคอมพิวเตอร์ชุดเดียว หรือจะเชื่อมโยงไปยังคอมพิวเตอร์อื่น ๆ
   2 ระบบเชื่อมโยงกับข่ายการสื่อสาร เป็นระบบที่มีการเชื่อมโยงสารสนเทศซึ่งกันและกันผ่านเครือข่ายโทรคมนาคม เช่น เครือข่ายโทรศัพท์ เครือข่ายคอมพิวเตอร์

   งานกระจายเอกสาร เป็นการกระจายข้อมูลสารสนเทศไปยังผู้ใช้ ณ จุดต่าง ๆ อาจกระทำโดยการเชื่อมโยงผ่านเครือข่ายโทรคมนาคม อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศที่สามารถปฏิบัติงานกระจายเอกสารได้โดยอัตโนมัติ ได้แก่ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

   งานจัดเก็บและค้นคืนเอกสาร สามารถทำได้ทั้งระบบออฟไลน์และระบบออนไลน์ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือผ่านเครือข่ายโทคมนาคมรูปแบบอื่น เช่นระบบฐานข้อมูลเป็นต้น


   ในความคิดของผมแล้ว เทคโนโลยีที่เจอเป็นที่สุดสำหรับผมคือ คอมพิวเตอร์ ทำไม??? ก็เพราะคอมพิวเตอร์ได้ช่วยผมทำงานหลายๆอย่างส่งอาจารย์ทันเวลาตลอดเลย ถ้ามัวแต่เข้าห้องสมุดละก็ ไม่มีทางทันแน่นอน นี้จึงเป็นเหตุผลลำดับต้นๆของผมที่เลือกคอมพิวเตอร์มาเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญสำกรับผมจริงๆ


 By Admin YA-HA!!!!!



https://sites.google.com/site/pnru261/tecnology-for-life